"For whatever we lose (like a you or a me) it's always ourselves we find in the sea"

Monday, May 25, 2015

Penang, The Lovely Artsy Town (Part 1)



Finally, I got a real holiday! For 10 days in the beginning of this month. The holiday I was looking forward to since I knew that one of my good friends would get married :), my best friend that I have not seen for 3 years would come back from Japan at that time, Philip also had to get his visa done in Penang. Plus I have not been back to visit my parents for like 6 months. So, we tried to put these plans together and made it happened, 3 places in 10 days! Though changing hotels all the time and keeping up with pretty tight schedule were a bit hectic, but still, traveling gives you a good fun time after all.

After the wedding and a couple days in Bangkok, we traveled to Penang. The main reason was for Philip to get his work permit and visa done. Most of tourists and expats who travel around or want to continue staying in Thailand would have been to Penang and found that there's nothing much to do there. At least, that's what many of my farang friends said. I did not know much about this town at first. But after researching some reviews, I was surprised. Penang is quite popular for Thais. I guess it is so because it is not far from Bangkok, almost everything is at same value and food and culture are quite similar. Other than that, Penang is full of street arts and super cute coffee shops which are Asian youngsters' favorite places to hangout (...to selfie. To take pictures of food and upload them on Instagram before eating... OF COURSE.) We planned to stay in George Town since it is comfortable for both visa thing and cool places to see. We roughly planned the trip, just knowing few places we should not miss.

ในที่สุดก็มีวัันหยุดยาวจริงจังซักที สิบวันนี่ยาวมั้ยอะ? การอยู่เกาะนี่นอกจากจะทำให้รู้สึกเหมือนได้หยุดตลอดเวลา(จนขี้เกียจ)แล้ว การที่กว่าจะออกจากเกาะได้ต้องต่อหลายต่อเหลือเกิน... ทำให้จะออกทีแค่คิดก็เพลียสุด แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างชนกัน ทั้งงานแต่งแพร กุ๊กกลับจากญี่ปุ่น ฟิลลิปต้องไปทำเวิร์คเพอร์มิท และเราควรกลับไปเยี่ยมบ้านบ้างไรบ้าง จึงเกิดเป็นทริป พัทยา-กรุงเทพ-ปีนัง จ้าาาา.. สิบวัน สามเมือง สี่โรงแรม! อยากบอกเลยว่าเหนื่อยยยยยยยย

แม้จะได้ยินชื่อปีนังมาบ่อยมาก เนื่องจากฝรั่งที่นี่เวลาจะต่อวีซ่าคือต้องไปปีนังเพราะมันใกล้สุด แต่แทบทุกคนกลับมานี่บ่นตลอดว่าเบื่อปีนัง ไม่มีอะไรทำ บลาๆ จนพอเริ่มวางแผนทริปนี้ก็เสิร์จดูและพบว่า เฮ้ย คนรีวิวปีนังเยอะอยู่นะในพันทิพ รูปนี่มาแบบฮิปสเตอร์ทั้งนั้นนน น่าจะเพราะว่าปีนังมีพวกแกลอรี่ งานศิลปะบนถนนเยอะ แล้วไหนจะร้านกาแฟ โฮสเทลต่างๆ นี่มุ้งมิ้งมาเต็มเชียว ก็เลยว่าเอ้อออ น่าไปอยู่ ไม่ได้ดูน่าเบื่อเหมือนที่ได้ยินนี่หว่า เราจะไปฮิปตามสูตรที่ปีนัง ก็ต้องพักที่จอร์จทาวน์ (George Town) สิเธอ เพราะเป็นละแวกที่คึกคักสุดแล้ว อย่าลืมว่ามาเลเซียเป็นประเทศมุสลิม เค้าค่อนข้างจะเคร่งครัดเรีียบร้อย จอร์จทาวน์นี่แหละสะดวกสุด เพราะมี street arts ที่เป็น must have ต้องไปดูให้ได้ นอกจากนี้ก็ไม่ได้แพลนอะไรมากมายเอาจริงๆ ปะ 5555...


Penang : The Lovely Artsy Town (Part 1)

We spent the first day traveling to George Town by plane from Bangkok to Hat Yai and then a van to Penang. I would suggest direct flight to Penang otherwise you have to make sure you are comfortable with sitting on the van for 4-5 hours.

We arrived in George Town around 10PM Malaysia Time. (It is one hour earlier than Thailand Time.) Guest Inn Muntri is the place we chose to stay for our 3 nights here. Please see my review about this guest house in the link. I wrote it in Thai as AirAsia will give reward points to Thai review so I hope it still makes sense when translates to English. I did not make any pictures in the room though, here are only pictures I made in the guest house.

วันแรกของทริปหมดไปกับการเดินทาง ขอแนะนำว่าหากมีงบกรุณาบุคตั๋วเครื่องบินจากกรุงเทพไปปีนังโดยตรงจะดีกว่ามาก หรือถ้าใครเพลิดเพลินกับการนั่งรถสี่ห้าชั่วโมงก็ไม่ว่ากัน กว่าจะถึงปีนังก็ปาไปสี่ทุ่มแล้ว (ปีนังเวลาเดินเร็วกว่าไทยหนึ่งชม.นะจ๊ะ) โชคดีว่าที่พักที่เลือกไว้อย่างมั่วๆ อยู่ไม่ไกลจากจุดรวมทุกสิ่งอย่างในจอร์จทาวน์ ชื่อว่า Guest Inn Muntri หากใครสนใจลองคลิ๊กอ่านรีวิวดูนะ

Guest Inn Muntri - Penang

Penang is a multicultural town where Muslim meets Chinese, so the first thing we were keen to discover is food(seriously?)!! After a quick researching, I found that Kapitan is the most recommended Indian restaurant in George Town and it is not far from where we stayed. Though the other day we found this very local Indian restaurant and it was way better! Philip ordered some kind of Tandori chicken (that red deep fried one) plus Indian veggie pizza that we ended up not finish it because these Naans are huge! And I did take Tikka Masala...of course! I would only order something I know well better than new things and feel disappointed later. Such an adventurous girl I am!

ทริปนี้บอกเลยว่าตั้งใจมาจัดอาหารอินเดีย ได้ข่าวว่าที่นี่อร่อย ไม่เครื่องเทศแรงจนเกินเหตุ น่าจะเพราะไม่อินเดียแท้ขนาดนั้น แต่เราว่าน่าจะถูกปากคนไทยกว่าอินเดียออริจินอล วันแรกหลังจากตื่นมาหาข้อมูลร้านอาหารก่อนเลย ก็พบว่าร้าน Kapitan นี่แหละเด็ดสุด(ตามรีวิว) แม้หลังจากนั้นจะพบว่าร้านอาหารอินเดียที่คนท้องถิ่นกินจริงๆ จะอร่อยกว่ามากก็ตาม รูปข้างล่างคืออาหารที่สั่งวันนั้น ของฟิลลิปเป็นไก่แดงๆ Tandori chicken กินกับน่าน และน้ำจิ้มสะเต๊ะ ส่วนของเราเป็น Tikka Masala เจ้าเดิม คือชอบอาหารอินเดียมากแต่กับร้านใหม่ๆ ไม่คุ้นเคยต้องจัดแกงนี้ด่วนเพื่อความเซฟว่าจะอร่อยแน่ อีกอันคือพิซซ่าอินเดียไส้ผัก ซึ่งไม่สามารถกินกันหมดได้ จุกไปด้วยน่านนนน
Kapitan - Indian restaurant in Penang
.
It was so hot in Penang! Hot like, even a Thai island girl like me couldn't resist...! I saw many many shopping malls on the road yesterday and I understand why they need them. Air-con place is a must for the hot city. Just like Bangkok! We walked around for a while, feeling impressed with this little town. I heard about the arts streets that are full of cool graffiti. Though we were not there yet but I already sensed the artsy-fartsy vibes.

อยากจะเดินชมเมืองแต่เนื่องจากปีนังร้อนมาก ร้อนแบบจริงจัง ร้อนแบบสาวชาวเกาะอย่างเรายังทนไม่ไหว มันร้อนยังไงลองจินตนาการดู แต่ก็แอบปลื้มเมืองนี้เป็นระยะ ที่นี่เค้าดังเรื่องสตรีทอาร์ท นี่ขนาดยังไม่ได้ผ่านไปแถวนั้นก็เริ่มเห็นแล้วว่าเค้าอาร์ตจริงๆ นะเมืองนี้
Penang Street Art

.
We planned to go Penang Hill but the weather like this... made us change to Komtar instead. It is a shopping center that includes 4 shopping malls together. Komtar is also a bus station. All bus in town will stop at this station so you can make sure you will not get lost. Even you get lost, you can always start over again here, at this tallest building in Penang. We spent quite long in there. I wanted to check out Watson, it is a popular drugstore in Thailand but the brand itself is from Malaysia so I thought the price would be cheaper... but nope, it was not. Almost everything had same cost like in Thailand. As well as all the fashion brands like H&M etc. So Thai girls, please not waste your time shopping here :). Anyway, we tried this Escape Game. For 38 RM per person and we got 45 minutes to solved the puzzles in the room. We chose the most difficult one with The Mummy theme... Yes. we overestimated ourselves by choosing the hardest room so we came out with defeat... Well, it was fun though!

แม้ว่าแพลนวันนี้คือไปปีนังฮิลล์ แต่เนื่องจากอากาศที่ร้อนวัวตายควายล้มมาก เราจึงเปลี่ยนแผนไปเดินห้าง Komtar แทน Komtar คือชื่อเรียกสถานีขนส่งที่รถบัสทุกสายจะต้องผ่านมาที่นี่ รับรองได้ว่าไม่หลง แผนที่ดีมาก มีประชาสัมพันธ์ให้ถามอีกต่างหาก อ๋อแล้วที่เรียกว่าห้างคือนอกจากจะเป็นศูนย์กลางการเดินทางแล้ว Komtar ยังมีห้างให้เดินอีกสี่ห้างด้วยกันที่เชื่อมถึงกันหมด ซับซ้อนกว่าสยามพารากอนบ้านเราเพราะอันนี้ไม่ได้ตั้งเรียงกันจ้ะ ตั้งเป็นสี่ทิศเลย! ส่วนเรื่องช้อปปิ้งที่ปีนัง...อยากจะบอกว่าเทรนด์ก็ค่อนข้างทันสมัยอยู่ คือก็ตามเมืองไทยนั่นแหละ แต่ว่าหนุ่มๆ สาวๆ ไม่แต่งตัวจัดมากนัก อาจจะเพราะครึ่งนึงเป็นสาวมุสลิมจะให้แรงก็ใช่ที่ แต่แฟชั่นในร้านอะไรก็ตามสมัยนิยมนะ งานนี้เดินหาร้านวัตสันก่อนเพื่อนเพราะอยากรู้ว่าจะถูกกว่าไทยปะ ไหนๆ ก็ต้นกำเนิดจากมาเลเซีย สรุปว่าไม่ค่ะ รวมถึงของอื่นๆ ก็ราคาพอกันเด๊ะๆ อาจจะบวกลบกว่านิดหน่อย เพราะฉะนั้นไม่ต้องช้อปจ้ะ ไม่สนุกเลอ หมดเวลาเป็นชั่วโมงอยู่ที่ Escape Game คือเป็นเกมแบบจำลองห้องตามธีมให้คนเข้าไปไขปริศนา ตอนแรกว่าจะเล่นตั้งแต่อยู่ที่พัทยาละ แต่ค่าเข้าคือคนละเก้าร้อย ที่นี่คนละ 38 RM ฟิลลิปเลยชวนเข้าโลด เลือกอันที่ยากสุดระดับห้าดาวซะด้วย เป็นห้องธีมมัมมี่อยากจะบอกว่ายากมากกกกก เหมือนเข้าไปเพื่อรับทราบว่าตัดสินสมองตัวเองในระดับที่สูงไป 5555
Komtar - Penang
.
Then, it was time for Penang Hill. Evening around 5-6 PM is the perfect time for visiting this place. Since it would be very hot up there, you would not enjoy walking around much and will end up feeling negative with the place. To get to the top, we needed to take a train (30 RM per person for foreigners).

There actually are many things to do than just seeing the view at Penang Hill. There is an owl museum, wild animal showcase, Hindu and Chinese temples, Botanical Garden and this Love Lock Bridge. Feeling so Seoul! haha. That's our Love Lock with the P&P looking ordinary lock compares to other ones. We did not have any pen to write down the letter so we asked a guy who sales those keys and of course he asked for money. So Philip told him "Love is not for paid." And then, there you go. We got a pen from him :)

เวลาที่เหมาะสำหรับไปเดินเล่นปีนังฮิลล์คือห้าหกโมงเย็นนี่แหละ (ปีนังพระอาทิตย์ตกประมาณทุ่มกว่าๆ นะ) ถ้าไปบ่ายก็รับรองจะรู้สึกเสียดายเงินที่ขึ้้นมาเพราะแดดคงจะร้อนกว่าข้างล่างหลายเท่าแล้วจะพาลให้เซ็งไม่อยากเดินดูอะไรมาก ทางขึ้นเขาเป็นรถรางค่อนข้างสูง แต่ระบบเค้าแลดูโปรเฟสชั่นแนลอะ ไม่ต้องกลัวจะเหมือนรถรางขึ้นไปไหว้พระบนเขาแบบบ้านเรานะ ส่วนค่าตั๋วก็คนละ 30 RM ในสายตาเราก็รู้สึึกว่าแพง แต่จริงๆ ข้างบนก็มีอะไรให้ทำเยอะอยู่นะ(แต่ต้องเสียเงินเพิ่ม) เช่น พิพิธภัณฑ์นกฮูก วัดจีน วัดฮินดู สวนโบทานิก แล้วก็นี่เลยพลาดไม่ได้ สะพาน Love Lock ไอ้ที่เค้ามาคล้องกุญแจคู่กัน ไม่ต้องไปถึงเกาหลีละ แอบบอกว่าอยากมาที่นี่แหละกุ๊กกิ๊กดี 555 ด้วยความที่ปีนังคนครึ่งนึงเป็นชาวจีนเนอะ ป้ายงี้ก็เป็นภาษาจีนเยอะอยู่ เนียนๆ เป็นแถวโซลได้อยู่เหมือนกันนนน เราเตรียมกุญแจมาแต่ว่าไม่มีปากกา พอไปขอพี่คนขายกุญแจนางก็จะคิดเงินจ้า โอ้ยยย แค่ยืมเขียนสองปื้ดยังเก็บเงินอีก ฟิลลิปเลยบอกว่า "Love is not for paid." นั่นแหละจ้าา เวิร์ค! ได้ปากกามาเขียนเบียดๆ ลงไปดังรูป :)
Love Lock - Penang HillLove Lock - Penang Hill

.
That day was pretty cloudy but the view was still enjoyable. I like how this town still keep the balance between buildings and greens. I hope they will keep it this way forever! While we were walking back to the train, I saw a monkey looking for snacks from the bin. Apparently, there were few monkeys live there and they were quite used to hanging around human. I could say that this little guy totally made my day!

โชคไม่ดีวันนั้นฟ้าไม่แจ่มเท่าไหร่ เลยอดมีโมเม้นต์พระอาทิตย์ตกดินบนเนินเขาปีนัง แต่วิวจากข้างบนก็โอเคมากทีเดียว เป็นเมืองที่น่าสนใจ เค้าค่อนข้างโซนนิ่งให้ตึกอยู่เป็นที่เป็นทางแล้วก็ยังมีจุดใหญ่ๆ หลายจุดที่เป็นป่าอยู่ ขอให้เป็นแบบนี้ตลอดไปจะดีมาก และนี่...พระเอกของงาน เจอลิงตัวนึงมาคุ้ยขยะหาของกินแล้วเดินเล่นบนราวให้ดู เลยได้ช็อตประทับใจมาเช่นนี้ :)
Penang Hill

.
We ended the second night in Penang with yummy Chinese food. The right one in the picture is called Hokkien Cha, remember the name and order this one, you will not regret! The other one is just fried noodle that tasted like Pad Thai but not that good :/

I was thinking to write everything down in one post, but since I decided to make this blog a bilingual blog so the content is pretty longer than it's supposed to be. Plus I have realized that there are too many pictures I want to post. So, I will finish the 2nd part in the next post. Stay tuned!

ปิดท้ายคืนที่สองด้วยอาหารจีน ชอบจานขวามือมาก เป็นก๋วยเตี๋ยวผัดน้ำขลุกขลิกเรียกว่าฮกเกี้ยนฉ่า น่าจะแปลว่าก๋วยเตี๋ยว(จีน)ฮกเกี้ยน? อะไรประมาณนี้ เดา ส่วนอีกอันเหมือนผัดไทเป๊ะแต่จืดกว่า ก่อนจะกลับที่พักด้วยสภาพหมดเรี่ยวแรงจากการเดินมาทั้งวัน ส่วนโพสนี้ก็จะขอจบอย่างหมดเรี่ยวแรงเช่นกันเนื่องจากระลึกได้ว่าภาพเยอะมากกกก (แล้วก็อยากโพสหมดด้วยแงะ) อีกอย่างคือเริ่มเขียนเป็นสองภาษาแล้วเพราะฉะนั้นบล็อกยาวมาก น่ากลัวจะโหลดโหดจริงๆ ขอบคุณผู้ที่อ่านถึงบรรทัดนี้ ครั้งหน้าจบแน่นอนนะเธออ!
Penang Street Art



2 comments on "Penang, The Lovely Artsy Town (Part 1)"
  1. ทริปอะไรเนี่ยหวานจัง

    ReplyDelete
  2. Holidays are like essential for human soul. I love holidays myself cant wait for mine I have soo many things planned up for my upcoming holidays

    ReplyDelete

Custom Post Signature

Custom Post  Signature