"For whatever we lose (like a you or a me) it's always ourselves we find in the sea"

Saturday, April 20, 2013

One month in Koh Samui



หลังจากชีวิตเปลี่ยนมา 6 เดือน ก็รู้สึกได้ว่าควรจะเขียนอะไรเกี่ยวกับมันซักที รู้ตัวช้าไปไหม?

จริงๆ ต้องขอบคุณชินที่ทำบล๊อกบันทึกชีวิตหนุ่มเหนือมือใหม่ 
ชินเพิ่งย้ายไปอยู่เชียงใหม่ แล้วนางก็ส่งบล๊อกมาให้อ่าน เลยทำให้กลับมาเขียนอีกครั้งนี่แหละ 
เราจะได้เอาไว้แลกกันอ่านดีปะแก หนุ่มเหนือสาวใต้ เก๋ๆ นะ



November 2012

ระหว่างที่นั่นนี่โน่นบนเกาะพะงัันยังไม่เรียบร้อยดี 
ก็เลยถูกส่งตัวมาอยู่สมุยไปพลางๆ ก่อนเป็นเวลา 1 เดือน..


ถ่ายที่ร้านกาแฟ Bakubung ยอดฮิตของเกาะสมุย

เป็นร้านกาแฟที่เนื้อที่กว้างมากกกก จนอยากจะขอเ่ช่ากางเตนท์นอน

แม้จะรู้สึกว่าเกาะสมุยกับเราเข้ากันไม่ค่อยดีนัก 
แต่ยอมรับว่ามันเป็นเกาะที่ "ครบ" จริงๆ อยู่ได้แบบสบาย 
หาดสวย วิวดี ของกินมีให้เลือกสรร ร้านไวน์ ผับหรู รถแท๊กซี่ รองเท้าส้นสูง การจราจรติดขัด ฯลฯ 
มีทุกอย่างเหมือนกรุงเทพ พูดให้เว่อร์หน่อยเกาะสมุยคงเหมือนเมืองตากอากาศหรูๆ 
สักเมืองในรัฐแคลิฟอร์เนีย เข้าใจแล้วว่าทำไมคนถึงโปรดเกาะนี้กันนักหนา..

ยกเว้นเราคนนึง 
เห็นแ๊ท๊กซี่เหลืองแล้วรู้สึกอึดอัด เห็นตึกแข็งๆ โมเดิร์นมาก อยู่บนเกาะ
ล้อมไปด้วยบ้านไม้ของชาวบ้านแล้วหายใจไม่ออก




เกาะสมุยเป็น Commercial Island เต็มตัว 
เขาพูดกันว่าบนเกาะน่ะไม่มีคนพื้นที่แบบดั้งเดิมของแท้ออริจินอลอยู่อีกแล้ว 
ทุกตารางเมตรบนเกาะคือเม็ดเงิน ไม่มีอะไรฟรีบนเกาะสมุย 
วิวสวยๆ หรือหาดสาธารณะก็ไม่ได้สวยอะไรขนาดนั้น ไอ้ที่สวยจริงคือที่ของรีสอร์ทนะ 
ทั้งที่ทราย หิน ดิน น้ำ ท้องฟ้าเป็นของธรรมชาติไม่ใช่เหรอ? 
แต่อยู่ที่นี่ถ้าไม่มีเงินคุณก็ไม่มีสิทธิ์ดูนะคะบอกไว้เลย

Starbucks เงียบสงบดี ไม่มีคนมานั่งเก๊กพกแมคมาด้วยหรา เหมือนแบงค่อก ไม่มีอะไรทำก็มาหากาแฟแพงๆ กินเล่น หอมดี

ฝั่งตรงข้ามออฟฟิศ หลังฝนตกใหม่ๆ ชอบมาก ชอบเห็นหมอกแบบนี้


ที่สมุยเราพักอยู่ที่อพาร์ตเมนท์ิริมถนนใหญ่ ตรงข้ามเป็นบิ๊กซี 
ที่มี Starbucks และร้านอาหารกึ่งผับ 2 ร้าน เปิดเพลงทุกคืนจนถึงตีสามทุกวัน 
และทุกวันมันจะต้องเปิดเพลง "ที่เกาะสมุยมันมีอะไร..." ทู้กกกกกคืนค่ะคุณขา 
อีกอย่างที่ได้ยินแทบทุกคืนคือเีสียงปี๊ป่อของรถพยาบาล 
รถที่นี่เยอะจริง ขับเร็วจริิง รวมถึงฝรั่งที่ขับได้กากอยู่แล้ว และบางเย็นมีรถติดด้วย!


มากาฮองร้านคุณลุงฝรั่งเศสใกล้บ้าน หวานและสีสดกินแล้วกลัวตายมาก

ตัวนี้ร้อยเดียว! ชอบมากกกกก




แต่จริงๆ แล้วที่บอกว่ายี้สมุยเนี่ย.. อาจจะเป็นเพราะเงินในกระเป๋าด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้นะ 55555 
บอกเลยว่าถ้ารวยนะมาเที่ยวที่นี่แฮปปี้แน่ๆ มันเป็นเกาะที่ต้องใช้เงินถึงจะสนุก 
อย่าได้ฝันถึงความสุขง่ายๆ แบบนอนเปลญวณริมทะเล ณ ที่แห่งนี้ มันไม่มี๊! 
ใครอยากสมุย มาเลยแบบสวยๆ ลากแม๊กซี่เดรสมาเลย ใส่ส้นสูงก็ได้ 
เช่ารถขับเอาเปิดประทุนด้วยนะ ตอนเย็นอย่าัฝันถึงกินข้าวกะเพราง่ายๆ 
ต้องไปเรสเตอรองเท่านั้นเคปะ อันนี้ไม่ได้ประชด แต่อยู่สมุยจะสนุกถ้ามีไลฟ์สไตล์แบบนี้จริงๆ

ส่วนคุณแป้ง.. เช่ารถขับเที่ยวเกาะอยู่อาทิตย์เดียวเองมั้ง 
ถนนก็ไม่ได้ซับซ้อน แต่ก็หลงมันอยู่นั่นแหละ แถมเป็นถนนบนเขาซึ่งตอนนั้นไม่่ชิน 
ห่างการขับมอไซค์มานาน แทบกรี๊ดตลอดทาง (แต่ใครจะรู้...ว่าถนนสมุยน่ะมันเด็กน้อยมากกกทีเดียว
เมื่อเทียบกับเกาะพะงัน แล้วเดี๋่ยวตอนหน้าๆ จะเอารูปมาอวดว่าของจริงมันเป็นไง) 
จากประสบการณ์ รู้สึกว่าวิวที่มันสวยจริงๆ มักจะเป็นภาพที่เราเห็นตอนขับรถผ่านโค้งนี้โค้งนั้น 
สวยแต่ไ่ม่สามารถจอดรถไปถ่ายรูปได้ ไ่ม่งั้นอาจจะโดนรถข้างหลังเหยียบ 
หรือไม่ก็มอไซค์ไหลตามถนนไปอะไรอย่างนี้

ถ่ายที่ Viewpoint จุดแรกระหว่างทางจากบ่อผุดไปละไม สูงชันเสียว

แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าเกาะกันนิดนึงงง ถ่ายที่ Fisherman's Village บ่อผุด

หมาทะเล เป็นหมาที่สุขที่สุด <3

การปูผ้านอนบนบีชครั้งแรกแบบอะโลน ไอแดดลามเลียนิดๆ นี่ยังขาวอยู่นะบอกเลย

พอใกล้เวลาที่จะต้องไปพะงัน ด้วยกิตติศัพท์ความไกลปืนเที่ยงต่างๆ ที่ได้ยินมา 
เลยแอบอาลัยอาวรณ์สมุยนิดหน่อย ถึงจะบอกว่าอยากอยู่เกาะที่เป็นเกาะจริงๆ มากแค่ไหน 
โดยกำพืดของเราคือมันเติบโตมากับความสะดวกสบายไง... 
แต่อย่างที่เขาว่ากัน "Life begins at the end of your comfort zone"

เราไม่ได้เป็นนักผจญภัย นักท่องเที่ยว หรือนักแสวงหาอะไรนะ 
ไม่ได้ลุยขนาดนั้น ไม่ได้ passion กับการออกไปท่องเที่ยว 
จริงและเห็นด้วยว่าการออกไปเที่ยวไปดูโลกที่ใหม่ๆ ทำให้เราเติบโตขึ้น รู้จักโลก รู้จักโลกตัวเองมากขึ้น
แต่การตัดสินใจออกมาตรงนี้ ตอนนี้ ครั้งนี้ แค่อยากจะดูสิว่าความสุขมันต้องพึ่งพาอะไรบ้าง

ไม่ได้ไปเที่ยวกลางคืนที่ไหนระหว่างอยู่สมุย เน้นปฏิสัมพันธ์ผ่านวงเหล้าแบบเบาๆ เก๋ๆ

ร้านน้ำชาบนเนิน หนุ่มๆ สาวๆ ที่นี่มาแฮงเอ้าท์กันแบบนี้แหละ

ชีวิตเงียบๆ ตลอด 6 เดือน (เงียบ หมายถึงอยู่คนเดียว ไม่มีรูมเมท 
ไม่มีเพื่อนสนิทที่จะตัวติดกันเป็นตังเม 80% คือกินข้าวคนเดียวประมาณนั้น) 
แต่ไม่เหงานะ พูดได้ว่าไม่รู้สึกเหงา หรือท้อ หรือเบื่อ อยากกลับบ้านแล้ว ไม่มีเลย 
อย่างน้อยรู้จักตัวเองขึ้นมาอย่างนึงว่า...นี่เราต้องการพื้นที่ส่วนตัวขนาดนี้เลยหรอ 
ที่ผ่านมาคงจะเก็บกดมากสินะ 5555

แต่อยู่คนเดียวตลอดเวลามันก็ไม่ดีหรอก บางทีไปสวยๆ ดูพระอาทิตย์ตกสวยๆ 
อยากจะเออ-ออกับใครสักคนว่า สวยเนอะ ก็ไม่มี 
และที่แย่กว่านั้นคือต้องยกกล้องมาถ่ายรูปตัวเอง เนี่ย..ดูสะเหร่อมากทีเดียว 55555

วอทเอเว่อ, อัพคราวหน้าคงมีเรื่องราวให้พูดมากกว่านี้ บ่องตงตอนนี้ลืมมมม








3 comments on "One month in Koh Samui"
  1. อ่านจบแล้ว รออ่านอยู่นะ
    รูปที่มึงถ่ายโอเคมาก
    ภาษาที่มึงเขียนก็ดูดีมากเช่นกัน เห็นแล้วนึกถึงสมัยติ่งที่ใช้ภาษาติ่งๆเขียนบล๊อก ฮ่า

    ReplyDelete
    Replies
    1. ดีอะไรข่าาาาา ประดักประเดิด ไม่ได้เขียนนาน

      รออ่านเหมือนกันนะ!

      Delete
  2. โอ๊ย!!!! ขอบอกว่าอิจฉามาก อัพบ่อยๆ นะคุณแป้ง จะมาตามอ่าน ><

    ReplyDelete

Custom Post Signature

Custom Post  Signature